Blastocyst Culture

การเลี้ยงตัวอ่อน (Blastocyst Culture)

เป็นเทคนิคเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการจนถึงระยะวันที่ 5 หรือ 6 หลังการปฏิสนธิ ก่อนจะนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูก จากการศึกษาพบว่าอัตราความสำเร็จของการฝังตัวของตัวอ่อนที่เลี้ยงจนถึงระยะ Blastocyst จะสูงกว่าอัตราความสำเร็จของการฝังตัวอ่อนที่มีอายุแค่วันที่ 3

ระยะต่างๆ ของตัวอ่อน

59% ของตัวอ่อนที่โตถึงระยะ Blastocyst

อัตราความสำเร็จของตัวอ่อนที่พัฒนาได้จนถึงระยะ Blastocyst

เทคโนโลยีการเลี้ยงตัวอ่อน

เครื่องเลี้ยงตัวอ่อนขนาดเล็ก (MINC™)

Mini-incubators หรือ MINCTM นับเป็นความสำเร็จและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเลี้ยงตัวอ่อน ตัวอ่อนจะถูกเก็บในจานเลี้ยงตัวอ่อนและเก็บในช่องที่มีฝาปิดเพื่อควบคุมไม่ให้ตัวอ่อนถูกรบกวนจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ การเก็บตัวอ่อนในเครื่อง Mini-incubators หรือ MINCTM ทำให้ตัวอ่อนอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่นิ่งไร้สิ่งรบกวน จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์เมื่อนำกลับไปฝังที่มดลูก

Time-lapse Incubators

Time-Lapse Incubators เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ภายใน Time-Lapse Incubators ติดตั้งกล้องจุลทรรศน์และกล้องเพื่อถ่ายภาพแต่ละตัวอ่อนเป็นระยะ ๆ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนตรวจสอบตัวอ่อนได้โดยไม่ต้องนำตัวอ่อนออกจากตู้เลี้ยง ช่วยลดการรบกวนตัวอ่อนหรือเปลี่ยนสภาวะแวดล้อมของตัวอ่อน ซึ่งการใช้เครื่องนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

GERI-เครื่องเพาะเลี้ยงตัวอ่อนพร้อมระบบติดตามการเจริญเติบโต

ที่ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. เราใช้ตู้เลี้ยงตัวอ่อน GERI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ภายในเครื่องติดตั้งระบบกล้องถ่ายภาพจุลทรรศน์คุณภาพสูง หนึ่งตัวต่อหนึ่งหลุมเพาะเลี้ยง ช่วยให้สามารถติดตามพัฒนาการของตัวอ่อนได้โดยละเอียด โดยไม่ต้องขยับจานเพาะเลี้ยงหรือตัวอ่อนเลย แต่ละห้องเพาะเลี้ยงได้รับการควบคุมและสังเกตการณ์อย่างเป็นอิสระแยกขาดจากกัน ทำให้สามารถคงหรือปรับสภาวะแวดล้อมของการเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับตัวอ่อนแต่ละตัว คุณพ่อคุณแม่สามารถดูพัฒนาการตัวอ่อนผ่านภาพถ่ายความละเอียดสูงได้ เครื่อง GERI นี้สามารถใช้กับคู่สมรสที่เคยประสบปัญหาในขั้นตอนการเลี้ยงตัวอ่อนมาก่อน หรือพ่อแม่ที่ต้องการดูพัฒนาการตัวอ่อนผ่านภาพถ่ายความละเอียดสูงตลอดการเพาะเลี้ยง และช่วยเลือกตัวอ่อนที่มีการแบ่งตัวปกติที่สุดย้ายกลับเข้าสู่มดลูก

Previous Process

Next Process